ธารน้ำแข็งถล่ม ซัดชาว อินเดีย คาดสูญหายนับร้อย

ธารน้ำแข็งถล่ม ซัดชาว อินเดีย คาดสูญหายนับร้อย

เกิดเหตุน้ำท่วมใหญ่ใน อินเดีย หลังจากที่ ธารน้ำแข็งถล่ม ลงมาจาก ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 7 ศพ และมีผู้สูญหายกว่า 170 ราย คาดตัวเลขเพิ่มสูงขึ้นอีก เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ สำนักข่าว BBC รายงานว่า เกิดเหตุธารน้ำแข็งจากเทือกเขาหิมาลัยถล่มและตกสู่แม่น้ำ ส่งผลให้เขื่อนแตกและเป็นเหตุให้เกิดน้ำท่วมขนาดใหญ่ ที่บริเวณรัฐอุตตรขัณฑ์ รัฐทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย

โดยขณะนี้ทางการได้สั่งอพยพประชาชนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว 

อย่างไรก็ตามทางการคาดว่าอาจมีผู้สูญหายจากอุทกภัยครั้งดังกล่าวแล้ว 170 ราย ซึ่งทางการเชื่อว่าตัวเลขดังกล่าวน่าจะพุ่งสูงขึ้นอีก นอกจากนี้ยังมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 7 ศพ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยหลายร้อยนายกำลังเร่งช่วยเหลือและตามหาผู้รอดชีวิตจากภัยพิบัติในครั้งนี้

ด้านพยานในเหตุการณ์เล่าว่า น้ำและก้อนหินไหลมากับแม่น้ำอย่างรวดเร็ว และทำให้พวกเขาไม่สามารถส่งสัญญาณเตือนประชาชนคนอื่นๆได้ทัน ขณะที่พยานอีกคนเปรียบเทียบว่าภาพที่เขาเห็นเหมือนกับน้ำท่วมที่ปรากฏอยู่ในหนังบอลลีวูด

ยังไม่มีรายงานแน่ชัดถึงสาเหตุที่ธารน้ำแข็งถล่มลงมาจากหิมาลัย อย่างไรก็ตามมีผู้เชี่ยวชาญคาดว่าอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้นอาจจะเป็นสาเหตุสำคัญที่นำมาสู่โศกนาฎกรรมในครั้งนี้

ผู้ให้สัมภาษณ์รายหนึ่งระบุว่า เธอไม่เคยดาวน์โหลดแอพฯดังกล่าว เนื่องจากเธอไม่ไว้ใจใน หมอชนะ เนื่องจากเธอกลัวว่าข้อมูลของเธอรั่วไหล จากไวรัส พร้อมชี้ให้เห็นอีกว่าเธอค่อนข้างเป็นกังวลกับการ ติดตามของรัฐบาลแบบอ้อมๆ หากเธอใช้แอปฯดังกล่าว

ซึ่งนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีการตั้งข้อสงสัยถึงความโปร่งใสของแอปฯดังกล่าว และหากย้อนกลับไปเมื่อปีที่แล้ว ศูนย์ DPEX ที่เป็นศูนย์วิจัยการเข้าถึงข้อมูลของแอปฯตามตัวของประเทศในกลุ่มเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ระบุว่า หมอชนะ เป็นแอปฯที่ขอการเข้าถึงข้อมูลมากที่สุด

โดย DPEX ระบุว่าหมอชนะได้ขอการเข้าถึง กล้องถ่ายรูป, ประวัติการใช้งานอุปกรณ์, ตำแหน่งผู้ใช้, ไมโครโฟน, คลังรูปภาพ/คลิป/ไฟล์อื่น ๆ, พื้นที่เก็บข้อมูล และข้อมูลการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตไร้สาย หรือ Wi-Fi ขณะที่แอปฯของสิงคโปร์ขอการเข้าถึงของแอปฯน้อยที่สุด

ทั้งนี้แอปฯหมอชนะเวอร์ชั้นล่าสุด ขอเพียงแค่รูปภาพ และการติดตามตัวเท่านั้น ซึ่งผู้ใช้ไม่จำเป็นต้องมอบชื่อ เบอร์โทร และที่อยู่เหมือนเวอร์ชั้นก่อนหน้านี้ โดย นายจุลพงศ์ ผลเงาะ ผู้อำนวยการฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศยืนยันว่ารูปภาพที่ถ่ายจะถูกเก็บไว้ภายในเครื่องเท่านั้น

นอกจากนี้นายจุลพงศ์ยืนยันอีกว่าขณะนี้มีคนดาวน์โหลดแอปฯดังกล่าวแล้วราวๆ 7 ล้าน ถึง 8 ล้านคน ซึ่งคิดเป็นราวๆร้อยละ 20 ของประชาชนที่มีสมาร์ทโฟนในการครอบครอง

แอฟริกาใต้ หยุดฉีด แอสตราเซเนกา ชี้ประสิทธิภาพต่ำกับโควิดกลายพันธุ์

ทางการ แอฟริกาใต้ สั่งหยุดฉีดวัคซีน แอสตราเซเนกา ที่จะเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า หลังงานวิจัยพบว่าประสิทธิภาพกับผู้ป่วยอาการเบาหรือปานกลาง อยู่ในระดับต่ำ

เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ สำนักข่าว BBC รายงานว่า นายซเวลี เอ็มคีเซ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขในประเทศแอฟริการใต้ได้สั่งหยุดแผนการฉีดวัคซีน แอสตาเซเนกา วัคซีนต้านโควิด-19 หลังจากที่การทดลองกับอาสาสมัครราว 2,000 คน แล้วพบว่าวัคซีนแอสตราเซกามีประสิทธิภาพป้องกันกับผู้ป่วยอาการอ่อนหรือปานกลาง เพียงนิดเดียว

โดยนายเอ็มคีเซ ระบุว่าทางการจะรอฟังคำแนะนำเพิ่มเติมถึงการใช้วัคซีนชนิดนี้ต่อไป อย่างไรก็ตามงานวิจัยฉบับนี้ยังไม่ได้ผ่านกระบวนการตรวจสอบทางวารสารวิทยาเพื่อตัดสินว่าบทความเป็นที่ยอมรับหรือไม่ ทางการแอฟริกาใต้ได้รับวัคซีนต้านโควิด 1 ล้านโดส และ ตามกำหนดการเดิมนั้นทางการแอฟริกาใต้จะเริ่มฉีดวัคซีนให้กับประชาชนในสัปดาห์หน้า ซึ่งทางการได้กล่าวว่าพวกเขาจะใช้วัคซีนไฟเซอร์และวัคซีนจากบริษัท จอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ในสัปดาห์ที่จะถึงนี้

ขณะนี้ประเทศแอฟริกาใต้มียอดผู้ป่วยสะสมมากกว่า 1.4 ล้านราย ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ชี้ว่ากว่าร้อยละ 90 ของผู้ป่วยใหม่ เป็นผู้ป่วยที่ได้รับเชื้อโควิดกลายพันธุ์ เชื้อสายแอฟริกาใต้ที่สามารถแพร่เชื้อได้เร็วกว่าโรคโควิดธรรมดา

คิริน ประกาศ ถอนตัวจากบริษัท MEHL ของ เมียนมา โดยทางบริษัทระบุว่าการก่อรัฐประหารถือเป็นการขัดกับนโยบายของบริษัท

เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ สำนักข่าว นิเคอิ รายงานว่าบริษัท คิริน บริษัทผู้ผลิตเบียร์รายใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น ประกาศถอนตัวจากการร่วมทำธุรกิจผลิตเบียร์กับบริษัทในประเทศเมียนมา หลังเกิดเหตุรัฐประหารและจับกุมนาง อองซานซูจี ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา

โดยทางบริษัทคิรินระบุว่า การกระทำของกองทัพในช่วงต้นสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น ถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อนโยบายสิทธิมนุษยชนของทางบริษัท และพวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากถอนตัวออกจากบริษัท Myanmar Economic Holdings หรือ MEHL  ซึ่งเป็นบริษัทที่อยู่ภายใต้ พลเอกอาวุโสมินอ่อง หล่าย

Credit : ที่เที่ยวญี่ปุ่น | จัดอันดับต่างๆ | รีวิวของแบรนเนม | วิธีการลงทุนต่า